Highlight
- เทรดสั้นแบบ “กินคำเล็กหลายๆคำ ไม่เน้นกินคำใหญ่” บทความนี้จะพาไปรู้จักหัวใจสำคัญของการเทรดแบบ Scalping และปัจจัยที่ส่งผลต่อการเทรดที่เหล่านักเทรดทั้งหลายไม่ควรมองข้าม
- เทรด Scalping จริงๆแล้วเหมาะกับใคร? ควรใช้เทคนิคอะไรเพื่อพิชิตกำไรให้ได้เป็นกอบเป็นกำ
- ยกตัวอย่างสไตล์การเทรด Scalping แบบให้เห็นภาพชัดๆ ด้วยกลยุทธ์ที่นิยมมากในหมู่เทรดเดอร์
- บอกข้อดีข้อเสีย พร้อมบทสรุปการเทรดแบบ Scalping ทำกำไรใน 5 นาทีได้จริงหรือไม่?
Scalping คืออะไร? – กลยุทธ์ที่เทรดเดอร์นิยมใช้กันมาก

Scalping คือ การเข้าซื้อ/ขายโดยถือครองสินทรัพย์แล้วออกออเดอร์ทันที – ไม่เกิน5นาที เพื่อทำกำไรในช่วงเวลาสั้นๆ เรียกว่า “เทรดสั้น” ซึ่ง สายนี้ไม่เน้นกินคำใหญ่ แต่เน้นกินคำเล็กหลายๆคำ หลักการเข้าเทรดแบบ Scalping ดูได้หลายปัจจัย เช่น
- เข้าเทรดช่วงที่ “ตลาดผันผวนแรง”เพื่อเก็บกำไรสั้นๆได้ในเวลาอันรวดเร็ว
- เข้าเทรด “คู่เงินที่มีสเปรดแคบ/คอมมิชชั่นต่ำหรือไม่มี” เพื่อทำกำไรสูงๆ อันนี้ต้องลองไปศึกษาต้นทุนเทรดของแต่ละโบรกเกอร์ เพิ่มเติมว่าโบรกไหนบ้างที่ค่าธรรมเนียมถูกใจ
- เรื่อง “ความเร็วของการส่งคำสั่ง”สำคัญ เพราะถ้าจับจุดเข้าเทรดได้ แต่เปิด-ปิดออเดอร์ช้า หรือเจอรีโควต ก็ถือเป็นเรื่องน่าหนักใจเหมือนกัน
- ความสามารถในการวิเคราะห์กราฟ + บริหารความเสี่ยง (R:R อย่างน้อย 1:1 ถึง 1:2)
การเทรด Scalping เหมาะกับใคร ?

- คนที่ชอบความตื่นเต้น และความท้าทาย เล่นกับจังหวะกราฟระยะสั้นได้ดี
- คนที่ตัดสินใจเร็ว แต่นิ่งและเทรดตามแผนได้ (ไม่โลภเกินความจำเป็น)
- คนที่ชอบกำไรแบบเห็นผลไว แต่ก็จัดการความเสี่ยงเป็น (ไม่ overtrade/ตั้ง SL ชัด)
- คนที่มีเวลาเฝ้าหน้ากราฟ เพื่อหาจังหวะเข้า-ออกออเดอร์ที่แม่นยำ
- คนที่มีเครื่องมือสำคัญอย่าง“โบรกเกอร์”ที่มีระบบเทรด + ต้นทุนที่ดี
การเทรดแบบ Scalping ทำให้เก็บกำไรได้เร็วจริง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทำกำไรต่อเนื่องได้ทุกไม้ “คนที่มีวินัยสูง + แผนเทรดที่ดีเท่านั้น ที่จะสามารถสะสมกำไรเล็กๆให้เป็นผลลัพธ์ก้อนใหญ่ได้”
เทคนิค Scalping ที่นำไปใช้ได้จริงในตลาด Forex

สิ่งสำคัญอย่างแรกคือ “เลือกคู่เงินที่สเปรดต่ำ” และโบรกที่อนุญาตให้ Scalping ได้
นอกจากประหยัดประหยัดต้นทุนแล้ว ถ้าเผลอเลือกใช้โบรกที่ไม่อนุญาตให้เทรด Scalping นอกจากจะเสียเงินฟรีๆแล้ว ยังเสี่ยงผิดกฏโดนปิดบัญชีโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย
ใช้ “Timeframe เล็กๆ” อย่าง M1, M5 หรือ M15 เพื่อหาจังหวะเข้าเล่น
เน้นความเร็ว+ความแม่นยำถือเป็น “หัวใจหลักของการเทรด Scalping” เปิดหลายไม้เพื่อ ทำกำไรซ้ำๆจำนวนมาก ใช้ทักษะการตัดสินใจสูงจากราคาที่ขยับเร็วในไทม์เฟรมเล็ก
ไม่ใช่แค่เทรดไว กินมูมมาม แต่ต้องเลือก “กลยุทธ์เทรดที่เหมาะสม”
Indicator อย่างเร็วที่แนะนำ : Moving Average (EMA), Bollinger Bands (BB), RSI
- กลยุทธ์ Moving Average Crossover :
นิยมมากในสาย Scalping (ดู EMA 2 เส้นตัดกัน เช่น EMA9, EMA21 ใน M1/M5 เพื่อหาจุดเข้าออก) อาจใช้ร่วมกับ RSI เพื่อกันเจอสัญญาณหลอก
- กลยุทธ์ Bollinger Bands :
ใช้ช่วงตลาดผันผวนแรง/มีข่าว หาจุด break out จากราคาที่ทะลุเส้นขอบบน (Sell) ,เส้นขอบล่าง (Buy)เป็นต้น
- กลยุทธ์ RSI :
หาจังหวะกลับตัวแบบสวยๆ ดู OverBought, OverSold จากเส้น RSI สูงกว่า 70 > เข้า Sell / ต่ำกว่า 30 > เข้า Buy หาเหตุผลอื่นประกอบเพิ่ม เช่น ดูแนวรับ-ต้าน
ระบบ Scalping ที่ดีต้องมี Stop loss (ป้องกันการขาดทุน)
สิ่งสำคัญที่สุดในการเข้าเทรด อย่าลืมตั้ง “Stop loss” เพราะเล่นกับตลาดเร็วต้อง ป้องกัน กำไรไวได้ก็ขาดทุนมหาศาลได้เช่นกัน.. (แก้โดยการออกแบบ R:R, คำนวณ Stop Loss ว่า ถ้าขาดทุน 1 ไม้ เป็นกี่ % ของพอร์ต? รับได้มากน้อยแค่ไหน?)
ตัวอย่างสไตล์การเทรดแบบ Scalping
- คู่เงิน XAUUSD (ทองคำ)
- ใช้ Timeframe M1 (1นาที)
- โดยใช้กลยุทธ์ Moving Average Crossover
- Indicator : EMA9(เส้นสีเหลือง), EMA21(เส้นสีฟ้า) และ Relative Strength Index หรือ RSI ประกอบ เพื่อบอกแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้น

ใช้หลักการจุดตัดของ EMA 2 เส้นเพื่อหาจุดเข้าออก
- EMA9(สีเหลือง) ตัดขึ้นเหนือเส้น EMA21(สีฟ้า) = สัญญาณ Buy
- EMA9(สีเหลือง) ตัดลงใต้เส้น EMA21(สีฟ้า) = สัญญาณ Sell
จุดเข้าที่ 1 :
- EMA9 ตัดลงใต้เส้น EMA21 ชัดเจน เกิด Bearish Engulf
- เข้า Sell เมื่อแท่งแดงปิดต่ำกว่ากลางแท่งก่อนหน้า, RSI ต่ำกว่า50
- เก็บสั้น TP 10-15 จุด / SL บน Hight ก่อนหน้า 5-8 จุด
จุดเข้าที่ 2 :
- EMA9 เริ่มงอขึ้นแต่ยังอยู่ใต้เส้น EMA21
- ไม่มีสัญญาณกลับตัวชัดเจน ยังไม่น่าเข้าเล่น Buy
จุดเข้าที่ 3 :
- EMA9 ตัดลงใต้เส้น EMA21
- แท่งกลับตัวเป็นสีเขียวสลับแดง = ค่อนข้าง Sideway RSI อยู่โซน 50
- เข้า Sell เมื่อแท่งแดงเริ่มกลับตัว
จุดเข้าที่ 4 :
- EMA9 ตัดขึ้นเหนือเส้น EMA21 โมเมนตัมเป็นเทรนด์ขาขึ้น
- เกิด Pullback และแท่งเทียนแบบ Pin Bar + bullish ชัด
- RSI มากกว่า 50 / จุดเข้า Buy แบบสมบูรณ์
หากเทรดด้วยอินดี้ตัวใดตัวหนึ่งเพียงอย่างเดียว อาจมีความเสี่ยง ควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่นๆประกอบด้วย เช่น RSI, Bollinger bands, Price Action เพื่อเพิ่มความแม่นยำ และอย่าลืมให้ความสำคัญกับการตั้ง Stop Loss เพื่อหาจุดตัดขาดทุน
ข้อดี/ข้อเสียของการเทรดสั้นแบบ Scalping
ก่อนใช้เทคนิค Scalping เทรดเดอร์จำเป็นต้องรู้ข้อดีข้อเสีย เพื่อเลือกใช้งานให้เหมาะสม ดังนี้
| ข้อดีของการเทรด Scalping | ข้อเสียของการเทรด Scalping |
|
|
สรุป Scalping ทำกำไรได้จริงภายใน 5 นาทีไหม?
การ Scalping เป็นการเทรดในช่วงเวลาสั้นๆ Timeframe เล็กอย่าง 1 นาที, 5 นาที หรือ 15 นาที ถ้าใช้ความเร็ว+ความแม่นยำในการเทรด ควบคู่กับปัจจัยอื่นอย่างต้นทุนเทรด, กลยุทธ์เทรด ก็สามารถทำกำไรได้จริง แต่ถ้าพลาดผิดทางก็ขาดทุนได้จริงภายใน 5 นาทีเช่นกัน..
“Scalping : เทรดแบบกินคำเล็กๆหลายคำ สะสมต่อเนื่องก็สามารถมีผลลัพธ์ก้อนใหญ่ได้ในระยะยาว คล้ายกับการฝึกฝนทักษะการเทรดวันละนิดทุกๆวัน ก็สามารถเติบโตได้แบบยั่งยืน..”
เกี่ยวกับผู้เขียน
“สมชัย วิทยา” บรรณาธิการประจำเว็บไซต์ Thai Broker Forex ประสบการณ์เทรด Forex มากกว่า 16 ปี,ตลาดคริปโต 6 ปี และทำเว็บไซต์การลงทุนกว่า 10 เว็บไซต์ เชี่ยวชาญการเทรดข่าว , scalping,เทรด EA ,การตลาดยุคใหม่, คริปโทเคอร์เรนซี และบล็อคเชน
แหล่งอ้างอิง
- เจาะลึกข้อมูล Scalping ใน Forex คืออะไร : https://thaibrokerforex.com/scalping-forex/
- สรุปภาพรวม Scalping Trading : https://thaibrokerforex.com/forex-scalping-trading/
- Top Trading Strategies for Scalping : https://www.investopedia.com/articles/active-trading/012815/top-technical-indicators-scalping-trading-strategy.asp
- เส้น EMA ที่นิยมใช้ในการดูแนวโน้ม และการย่อตัวของเทรน ในทุกระยะ : https://thaibrokerforex.com/045640656/
- เทคนิค Moving Averge Crossover ง่ายสุด เหมาะกับ FOREX รายวัน : https://forexscalpingx.com/moving-average-crossover/
- Relative Strength Index (RSI): What It Is, How It Works, and Formula : https://www.investopedia.com/terms/r/rsi.asp

